วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

การสอบ ccna ccnp ccie

การสอบ CCNA
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ network media
- การคอนฟิก router เบื้องต้นโดยใช้ Cisco IOS commands
- การติดตั้ง และคอนฟิกเน็ตเวิร์กบน LAN, WAN
- เข้าใจ และสามารถคอนฟิก routable protocols (IP, IPX, Apple Talk, etc.)
- เข้าใจ และสามารถคอนฟิก routing protocols (RIP, IGRP, EIGRP, etc.)
- ระบบความปลอดภัยบนเน็ตเวิร์ก
สถานที่คือกรุงเทพกับเชียงใหม่
ส่วนค่าใช้จ่ายในการสอบ ประมาณ 8900


การสอบ CCNP
CCNP certification (Cisco Certified Network Professional)
เป็น Network Specialist Certification ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
ผู้ที่ได้รับ CCNP Certified นั้นมีความสามารถในการติดตั้ง, ปรับแต่ง
และแก้ปัญหากับอุปกรณ์ Routers Router, LAN Switching ตลอดจน Access Server
ในระดับ enterprise ขององค์กรได้ ทั้งนี้ข้อสอบใหม่ จะเน้นหัวข้อเนื้อหาใหม่ในด้าน security,
converged networks, quality of service (QoS),
virtual private networks (VPN) และ broadband technologies.
ในการสอบ CCNP มีทั้งหมด 4 วิชาราคาสอบอยู่ที่ประมาณ 6,450 บาทครับ ทุกวิชาเท่ากันหมดครับ
สถานที่สอบที่ VNOHOW


การสอบ CCIE
CCIE - Cisco Certified Internetwork Expert CCIE เป็น
Cert ระดับสูงของ cisco โดยจะมี 4 Track ย่อยๆ แบ่งไปตามลักษณะของการทำงาน เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Cisco
โดยแต่ละ Track จะแยกจากกันอย่างสิ้นเชิง หากต้องการทำงานในด้านใดในระดับสูง ก็เลือกจากข้อสอบในส่วนนี้
Track ย่อยประกอบไปด้วย
CCIE Service Provider CCIE Routing and Switching CCIE Security CCIE Voice
Cisco Certified Internetwork Expert (CCIE) เป็นประกาศนียบัตรขั้นสูงสุดในส่วนของ

Network Installation and Support Certification
และ Communication and Services Certification

สถานที่สอบ
1. Bangalore (บังกาลอร์,อินเดีย)
2. Beijing (ไบจิง,จีน)
3. Brussels (กรุงบรัสเซล,เบลเยี่ยม)
4. Dubai (ดูไบ)
5. Hongkokg (ฮ่องกง)
6. Research Triangle Park (RTP)
7. San Jose (สองสถานที่ข้างต้น 6,7 อยู่แถวๆโซนอเมริกา)
8. Sao_Paolo (เซ้าเปาโล,บราซิล)
9. Sydney (ซิดนีย์,ออสเตรเลีย)
10. Tokyo (โตเกียว,ญี่ปุ่น)
ค่าใช้จ่ายในเรื่อง CCIE Boot CAMP 250000 บาท

ค่าสอบ มาคือว่าWriting ค่าสอบ 300 เหรียญ หรือ 10500 บาทLab
ค่าสอบ 1250 เหรียญ หรือ 43750 บาทไหนจะค่าบินไปสอบ
ค่ากินก็คงตกอยู่ประมาณ 10000 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ข้อสอบเราเตอร์(อัตนัย10ข้อ)

ข้อสอบอัตนัย
1.จงบอกความหมายของ Router
เฉลย เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบเครือข่ายหลายระบบเข้าด้วยกัน คล้ายกับบริดจ์ แต่มีส่วนการ ทำงานที่ซับซ้อนมากกว่าบริดจ์มากโดยเราท์เตอร์จะมีเส้นทางการเชื่อมโยงระหว่าง แต่ละเครือข่าย


2.อุปกรณ์ที่นิยมใช้ในการเชื่อมโยงเครือข่ายหลักทั้ง LAN และ WAN ประกอบด้วยอะไร
เฉลย1.บริดจ์ (Bridge)
2.เราเตอร์ (Router)
3.สวิตช์ (Switch)


3. ADSL Router คืออุปกรณ์อะไร
เฉลย อุปกรณ์เชื่อมต่อ ADSL มีคุณสมบัติในการแชร์อินเทอร์เน็ตภายในองค์กร เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ เราเตอร์มาพร้อมกับพอร์ต RJ45 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครือข่ายเช่น HUB หรือ SWITCH


4.หน้าที่ของเราเตอร์คืออะไร
เฉลย หน้าที่ของเราเตอร์คือ จัดแบ่งเครือข่ายและเลือกเส้นทางที่เหมาะสมเพื่อนำส่งแพ็กเก็ต เราเตอร์จะป้องกันการบรอดคาสต์แพ็กเก็ตจากเครือข่ายหนึ่งไม่ให้ข้ามมายังอีกเครือข่ายหนึ่ง

5.เมื่อเราเตอร์รับข้อมูลเป็นแพ็กเก็ตเข้ามาตรวจสอบแอดเดรสปลายทางแล้ว เราเตอร์จะนำม เปรียบเทียบกับอะไรและส่งต่อไปที่ไหน
เฉลย เมื่อเราเตอร์รับข้อมูลเป็นแพ็กเก็ตเข้ามาตรวจสอบแอดเดรสปลายทางแล้ว จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับตารางเส้นทางที่ได้รับการโปรแกรมไว้ เพื่อหาเส้นทางที่ส่งต่อ หากเส้นทาง ที่ส่งมาจากอีเทอร์เน็ต และส่งต่อออกช่องทางของ Port WAN ที่เป็นแบบจุดไปจุดก็จะมีการปรับปรุงรูปแบบสัญญาณให้เข้ากับมาตรฐานใหม่ เพื่อส่งไปยังเครือข่าย WAN ได้


6.สวิตช์แพ็กเก็ต ข้อมูล (Data Switched Packet)ทำหน้าที่อะไร
เฉลย สวิตช์แพ็กเก็ต ข้อมูล (Data Switched Packet)ทำหน้าที่คัดแยกแพ็กเก็ต


7.ข้อดีของไฟร์วอลล์ เราเตอร์คืออะไร
เฉลย มีประสิทธิภาพสูงมีจำนวนอินเตอร์เฟสมาก


8.เราเตอร์มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับอะไร
เฉลย สวิตช์ (Switch)


9. Router อยู่ใน Layer (OSI Protocol Stack)อะไร
เฉลย Network Layer


10.เมื่อต้องการดูค่า routing ควรใช้คำสั่งอะไร
เฉลย show ip route

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ข้อสอบเราเตอร์ (ปรนัย10ข้อ)

ข้อสอบเราเตอร์ (ปรนัย10ข้อ)
1.เราเตอร์ (Router)
ก.เราเตอร์จะรับข้อมูลเป็นแพ็กเก็ตเข้ามาตรวจสอบแอดเดรสปลายทาง
จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับตารางเส้นทางที่ได้รับการโปรแกรมไว้
ข.อุปกรณ์สวิตช์มีหลายแบบ หากแบ่งกลุ่มข้อมูลเป็นแพ็กเก็ตเล็ก ๆ และเรียกใหม่ว่า "เซล" (Cell)
ค.เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายของเครือข่ายที่แยกจากกัน
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลย ก
2.เราเตอร์ (Router) มีประโยชน์อย่างไร
ก.สามารถนำข้อมูลอื่นมาประกอบภายในได้ก็เรียกว่า "เฟรมรีเลย์" (Frame Relay)
ข.เพื่อหาเส้นทางที่ส่งต่อ หากเส้นทาง ที่ส่งมาจากอีเทอร์เน็ต และส่งต่อออกช่องทางของ Port WAN ที่เป็นแบบจุดไปจุด
ค.อุปกรณ์เชื่อมโยง ทั้งหมดนี้รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อได้หลากหลายรูปแบบ เช่น จากเครือข่ายพื้นฐานเป็นอีเทอร์เน็ต
ง.มีแนวโน้มที่จะพัฒนาให้ใช้กับความเร็วของการรับส่งข้อมูลจำนวนมาก
เฉลย ข
3.อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คัดแยกแพ็กเก็ต หรือเรียอีกอย่างว่าอะไร
ก.เอทีเอ็มสวิตช์(ATM Switch)
ข.เซลสวิตช์" (Cell Switch)
ค.เฟรมรีเลย์" (Frame Relay)
ง.สวิตช์แพ็กเก็ต ข้อมูล(Data Switched Packet)

เฉลย ง.
4.เราเทอร์ทำงานบนเลเยอร์ที่เท่าไร
ก. เลเยอร์ที่1 ตามมาตรฐานของ OSI Model

ข. เลเยอร์ที่2 ตามมาตรฐานของ OSI Model
ค. เลเยอร์ที่3 ตามมาตรฐานของ OSI Model
ง. เลเยอร์ที่4 ตามมาตรฐานของ OSI Model
เฉลย ค
5.ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมโยงเครือข่าย
ก.บริดจ์ (Bridge)
ข. เราเตอร์ (Router)
ค.สวิตช์ (Switch)
ง.แลนด์ (Lan)

เฉลย ง
6.ข้อใดคืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คัดแยกแพ็กเก็ต
ก.บริดจ์ (Bridge)
ข. เราเตอร์ (Router)
ค.สวิตช์แพ็กเก็ต ข้อมูล (Data Switched Packet)
ง.สวิตช์ (Switch)
เฉลย ค
7.ในอินเทอร์เน็ตมักเรียกเราเตอร์ว่าอะไร
ก. ไอพีเราเตอร์ (IP router)
ข. เราเตอร์ (Router)
ค. สวิตช์แพ็กเก็ต ข้อมูล (Data Switched Packet)
ง. สวิตช์ (Switch)
เฉลย ก
8.เราเตอร์มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับอะไร
ก.ไอพีเราเตอร์ (IP router)
ข. เราเตอร์ (Router)
ค.สวิตช์แพ็กเก็ต ข้อมูล (Data Switched Packet)
ง.สวิตช์ (Switch)
เฉลย ง
9.Router เป็นตัวชี้ทางเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตไปยัง
ก.Network
ข. User
ค.ISP
ง. Email
เฉลย ค
10.ข้อดีของไฟร์วอลล์ เราเตอร์คือข้อใด
ก. เพิ่มฟังก์ชันการทำงานได้ไม่จำกัด
ข. ประสิทธิภาพสูงมีจำนวนอินเตอร์เฟสมาก
ค. อาจมีความเสี่ยงจากระบบปฏิบัติการที่ใช้
ง. อาจต้องการหน่วยความจำมาก
เฉลย ข


วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

การเข้าสาย LAN

การเข้าสาย LAN

การเข้าหัวสาย UTP นั้นมีอยู่สองมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้คือ TIA/EIA 568A และ 568B ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียงลำดับสายจะแสดงดังตารางและรูปด้านล่าง

PIN #

Signal

TIA/EIA 568A

TIA/EIA 568B

1

Transmit+

ขาวเขียว

ขาวส้ม

2

Transmit+

เขียว

ส้ม

3

Receive+

ขาวส้ม

ขาวเขียว

4

N/A

น้ำเงิน

น้ำเงิน

5

N/A

ขาวน้ำเงิน

ขาวน้ำเงิน

6

Receive+

ส้ม

เขียว

7

N/A

ขาวน้ำตาล

ขาวน้ำตาล

8

N/A

น้ำตาล

น้ำตาล

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ข่าวด่วนธุรกิจน้ำมันแพง

ผ่าวิกฤติน้ำมันแพงแนะปรับสูตรราคาใหม่
นักวิชาการแนะรัฐบาลเปลี่ยนแปลงสูตรราคาน้ำมันในประเทศใหม่ หลังพบค่าการกลั่นสูงผิดปกติ

ขณะที่รองประธานสภาหอการค้าไทยจี้รัฐกำหนดแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับพลังงานทางเลือก

หวั่นกระทบต้นทุนผู้ประกอบการ
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ในวันนี้ (2 ก.ค.) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม

วุฒิสภา จัดสัมนาเรื่อง “วิกฤติราคาน้ำมันโลก อุตสาหกรรมการผลิตของไทยจะอยู่รอดอย่างไร
” โดยดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กล่าวว่า ราคาน้ำมันขายปลีกของไทยได้ทยอยปรับขึ้นตามตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อการลดปัญหาทุกส่วน ควรปรับโครงสร้างสูตรราคาน้ำมัน

ในประเทศไทย "ต้องยอมรับว่า ภาษีสรรพสามิตและภาษีต่าง ๆ รวมทั้งกองทุนน้ำมัน
ทั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและ กองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานอาจเปลี่ยนแปลง
ได้ยากแต่จะเสนอให้ปรับปรุงค่าการกลั่นซึ่งมองว่า มีแนวทางเป็นไปได้ เพราะเห็นว่า
ค่าการกลั่นในปัจจุบันสูงผิดปกติ เห็นได้จากตัวเลข
สิ้นเดือน มิ.ย. 2551 อยู่ที่ 1.80 บาทต่อลิตร หรือประมาณ 8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
สูงกว่าอดีต ซึ่งน่าจะแก้ไขปรับปรุงได้" ดร.พรายพล กล่าว
ด้าน นายธีระพงษ์ วิกิตเศรษฐ อาจารย์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

กล่าวว่า ควรจะมีการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยเฉพาะโครงสร้างด้านต้นทุนที่แท้จริง
ซึ่งประหอบด้วยค่าการกลั่นและค่าการตลาด เนื่องจากเห็นว่า ไม่สะท้อนกับสภาวะปัจจุบัน
เนื่องจากน้ำมันเบนซิน 95 มีต้นทุนแท้จริง 73% หรือประมาณ 31.80 บาทต่อลิตร
แต่ราคาขายปลีกอยู่ที่ 42.09 -43.79 บาทต่อลิตร
ขณะที่น้ำมันดีเซลมีต้นทุนแท้จริง 90.78% หรือประมาณ 36.89 บาทต่อลิตร

เป็นราคาขายปลีก 42.64 บาทต่อลิตร ซึ่งราคาขายปลีกยังไม่สะท้อนต้นการผลิตที่แท้จริง
สัดส่วนดังกล่าวควรจะปรับปรุงได้ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน
ส่วนภาษีและกองทุนต่าง ๆ ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ จึงเสนอให้แก้ไขด้าน
โครงสร้างราคาน้ำมันของไทยเช่นกัน น.ส.รสนา โตสิตระกูล
ประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล
วุฒิสภา กล่าวว่า รัฐบาลควรเข้าไปปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างราคาน้ำมัน
โดยเฉพาะค่าการกลั่นซึ่งมองว่า ยังไม่เป็นธรรม
เพราะที่ผ่านมา ไทยจะอิงราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์เมื่อมีการนำเข้า
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศถึง 7 แห่ง เป็นของ

ปตท. 5 แห่ง อีก 2 แห่ง เป็นของผู้ค้าน้ำมันรายอื่น
และสามารถกลั่นน้ำมันได้ถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยใช้ในประเทศ 700,000 บาร์เรล
ส่งออก 300,000 บาร์เรลต่อวัน จึงเห็นว่าการอิงราคาตลาดสิงคโปร์ยังไม่เป็นธรรม
และโรงกลั่นน่าจะลดค่าการกลั่นลงได้ 1 บาทต่อลิตร
สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการและส่วนต่าง ๆ ได้
นอกจากนี้ ยังไม่เห็นด้วยกับการปล่อยลอยตัวราคาก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจี

เนื่องจากสามารถผลิตได้จากอ่าวไทย และค่าสัมปทานถูกมาก หลังจากต่อสัญญา
สัมปทานให้เชฟรอนในระยะ 10 ปี ในราคาเพียง 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ทำไมจึงจำหน่ายราคาแอลพีจีให้คนไทยเพื่ออิงราคาตลาดโลก จึงมองว่า
มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะ ปตท.มักจะอ้างว่า มีรายได้หลักจากธุรกิจก๊าซเพื่อ
ไปหักกลบลบหนี้กับธุรกิจน้ำมันที่ขาดทุน จากการชดเชยน้ำมันให้ส่วนต่าง ๆ
นายฉัตรชัย บุญรัตน์ รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า

รัฐบาลต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า จะหาทางเลือกเกี่ยวกับพลังงานทดแทนอย่างไร
เพราะ 1-2 วันที่ผ่านมา สหรัฐได้ตัดสินใจสร้างโรงฟ้าฟ้านิวเคลียร์ 26 โรง
เพราะเป็นพลังงานที่ต้นทุนถูกมาก แต่ในส่วนของประเทศไทยยังเถียงกันไม่จบ
เพราะหากตัดสินใจวันนี้ อีก10 ปี
จึงจะเริ่มได้ใช้พลังงานนิวเคลียร์ ดังนั้นควรเร่งพิจารณาเรื่อง เพราะจะส่งผลต่อต้นทุนผู้ประกอบการและ
การผลิตภาคต่าง ๆ เพื่อให้ต้นทุนถูกลง


ข้อสอบ

ข้อสอบการใช้คำสั่งต่างๆ
1.คำสั่ง ping ใช้ตรวจสอบอะไร
ก .ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ข.ค่าต่าง ๆ ภายในเครื่อง
ค.ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ง.ดูหมายเลข card lan
ตอบ ก.
2.คำสั่ง ipconfigใช้ตรวจสอบอะไร
ก.ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ข. ดูหมายเลข card lan
ค.ค่าต่าง ๆ ภายในเครื่อง
ง..ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ตอบ ค.
3.คำสั่ง netstat ใช้ตรวจสอบอะไร
ก.ดูหมายเลข card lan
ข.ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ค.ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง.ค่าต่าง ๆ ภายในเครื่อง
ตอบ ข.
4.คำสั่ง ARP ใช้ตรวจสอบอะไร
ก.ค่าต่าง ๆ ภายในเครื่อง
ข.ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ค.ดูหมายเลข card lan
ง.ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ตอบ ค.
5.คำสั่ง tracert ใช้ตรวจสอบอะไร
ก.ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ข.ตรวจสอบการเดินทางไปยังปลายทาง
ค.ดูหมายเลข card lan
ง.ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ตอบ ข.
6.การเข้าไปตรวจสอบคำสั่งต่างๆสามารถเข้าไปตรวจสอบโดยวิธีใด
ก.Start > Run > พิมพ์ Command >OK
ข.ข้าไปในโปรแกรม
ค.เข้าทางอินเตอร์เน็ต
ง.เข้าได้ทุกวิธี
ตอบ ก.
7. ping 203.151.239.2 เป็นการทดสอบเส้นทางระหว่างเครื่องชนิดใด
ก.เครื่องที่มี IP 203.151.239.2
ข.เครื่องที่มี203.152.236.2
ค.เครื่องที่มี203.155.236.0
ง.เครื่องที่มี203.125.306.0
ตอบ ก.
8.nslookupเป็นการตรวจสอบอะไร
ก.TCP/IP Protocol
ข. Network
ค.IP Address
ง.ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ตอบ ค.
9.ข้อมูลIP Adress202.144.49.110 หมายเลขที่202คืออะไร
ก. Network number
ข.Host number
ค.Subnet Mask
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ก.
10. จากข้อ9 หมายเลข144คืออะไร
ก. Network number
ข.Host number
ค.Subnet Mask
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ข.
***********************************

ข้อสอบเรื่องอีเทอร์เน็ต
1.การเชื่อมต่อเครือข่ายอีเทอร์เน็ตเชื่อมต่อโดยวิธีใด
ก.ใช้วิธีการส่งสัญญาณแบบเบสแบนด์
ข.ส่งโดยผ่านคอมพิวเตอร์
ค.ส่งผ่านการเชื่อมต่อ
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ก.
2.อีเทอร์เน็ตถูกพัฒนาขึ้นที่มหาวิทยาลัยใด
ก.มหาวิทยาลัย Hawaii
ข. มหาวิทยาลัย Xerox
ค.มหาวิทยาลัยทุกแห่ง
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ก.
3.ใครเป็นผู้พัฒนาอีเทอร์เน็ตขึ้น
ก. Xerox
ข. Aloha
ค. Access
ง. Detection
ตอบ ข.
4.อีเทอร์เน็ตได้พัฒนามาจากรากฐานบนเครือข่ายใด
ก. In-house Tecgnolohy
ข. Digital Eqripment
ค. Packet Radio
ง.ทุกเครือค่าย
ตอบ ค.
5. ความหมายของIEEE 802.3คือข้อใด
ก.เป็นเครือที่มีความเร็วสูง
ข.เป็นเครือข่ายที่มีความเร็วสูงการส่งข้อมูล 10 เมกะบิตต่อวินาที
ค.การส่งข้อมูล
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ข.
6.คอมพิวเตอร์มีการรับส่งข้อมูลบนสายของอะไร
ก.เคเบิล
ข.ทองแดง
ค.สายไฟ
ง.แพ็กเกต
ตอบ ก.
7. IEEE 802.2มาคู่กับอะไร
ก CSMA/CD
ข. MAN
ค. LLC
ง. IBM
ตอบ ค.
8.ฟาสต์อีเทอร์เน็ตมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
ก.อีเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ข.เวอร์ชั่นหนึ่งของอีเทอร์เน็ต
ค.กราฟิกดีไซน์
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ก.
9.ข้อใดไม่เป็นการทำงานของ IEEE802.3z
ก.เพิ่มความเร็วของ Switch-to-Server Link
ข.การเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูล
ค.ส่งข้อมูลระหว่างตัว Gigabit switch กับ Serverประสิทธิภาพสูงซึ่งติดตั้ง Gigabit interface
ง.ไม่มีข้อถูก
ตอบ ง.
10.ฟาสต์อีเทอร์เน็ตสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านใด
ก.กราฟิกดีไซน์
ข.การพิมพ์
ค.การนำเสนอ
ง.การตกแต่งภาพ
ตอบ ก.

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2551

Ethernet

Ethernet
ความหมายของIEEE 802.3
IEEE 802.3 หรือ อีเทอร์เน็ต (Ethernet) เป็นเครือข่ายที่มีความเร็วสูงการส่งข้อมูล 10 เมกะบิตต่อวินาที
สถานีในเครือข่ายอาจมีโทโปโลยีแบบัสหรือแบบดาว IEEE
ได้กำหนดมาตรฐานอีเทอร์เน็ตซึ่งทำงานที่ความเร็ว 10 เมกะบิตต่อวินาทีไว้หลายประเภทตามชนิดสายสัญญาณ
เช่น• 10Base5 อีเทอร์เน็ตโทโปโลยีแบบบัสซึ่งใช้สายโคแอกเชียลแบบหนา (Thick Ethernet)
ความยาวของสายในเซกเมนต์หนึ่ง ๆ ไม่เกิน 500 เมตร
• 10Base2 อีเทอร์เน็ตโทโปโลยีแบบบัสซึ่งใช้สายโคแอ๊กเชียลแบบบาง (Thin Ethernet)
ความยาวของสายในเซกเมนต์หนึ่ง ๆ ไม่เกิน 185 เมตร
• 10BaseT อีเทอร์เน็ตโทโปโลยีแบบดาวซึ่งใช้ฮับเป็นศูนย์กลาง
สถานีและฮับเชื่อมด้วยสายยูทีพี (Unshield Twisted Pair) ด้วยความยาวไม่เกิน 100 เมตรรูปที่ข้างล่าง
แสดงถึงลักษณะเครือข่ายอีเทอร์เน็ตแยกตามประเภทของสายสัญญาณ
รหัสขึ้นต้นด้วย 10 หมายถึงความเร็วสายสัญญาณ 10 เมกะบิตต่อวินาที
คำว่า “Base” หมายถึงสัญญาณชนิด “Base” รหัสถัดมาหากเป็นตัวเลข
หมายถึงความยาวสายต่อเซกเมนต์ในหน่วยหนึ่งร้อยเมตร (5=500, 2 แทนค่า 185) หากเป็นอักษร
จะหมายถึงชนิดของสาย เช่น T คือ Twisted pair หรือ F คือ Fiber optics
ส่วนมาตรฐานอีเทอร์เน็ตความเร็ว 100 เมกกะบิตต่อวินาทีที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้แก่
100BaseTX และ 100BaseFX
สำหรับอีเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบกิกะบิตอีเทอร์เน็ตเริ่มแพร่หลายมากขึ้น
ตัวอย่างของมาตรฐานกิกะบิตอีเทอร์เน็ตในปัจจุบันได้แก่ 100BaseT, 100BaseLX และ 100BaseSX เป็นต้น
อีเทอร์เน็ตใช้โปรโตคอล ซีเอสเอ็มเอ/ซีดี (CSMA/CD : Carrier Sense Multiple Access with Collision Detection)
เป็นตัวกำหนดขั้นตอนให้สถานีเข้าครอบครองสายสัญญาณ ในขณะเวลาหนึ่งจะมีเพียงสถานีเดียวที่เข้าครองสายสัญญาณเพื่อส่งข้อมูล
สถานีที่ต้องการส่งข้อมูลต้องการตรวจสอบสายสัญญาณว่ามีสถานีอื่นใช้สายอยู่หรือไม่ ถ้าสายสัญญาณว่างก็ส่งข้อมูลได้ทันที
หากไม่ว่างก็ต้องคอยจนกว่าสายสัญญาณว่างจึงจะส่งข้อมูลได้ ขณะที่สถานีหนึ่ง ๆ กำลังส่งข้อมูล
ก็ต้องตรวจสอบสายสัญญาณไปพร้อมกันด้วยเพื่อตรวจว่าในจังหวะเวลาที่ใกล้เคียงกันนั้นมีสถานีอื่นซึ่งพบสายสัญญาณว่างและ
ส่งข้อมูลมาหรือไม่
หากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นแล้ว ข้อมูลจากทั้งสองสถานีจะผสมกันหรือเรียกว่า การชนกัน (Collision)
และนำไปใช้ไม่ได้ สถานีจะต้องหยุดส่งและสุ่มหาเวลาเพื่อเข้าใช้สายสัญญาณใหม่ ใ
นเครือข่ายอีเทอร์เน็ตที่มีสถานีจำนวนมากมักพบว่าการทานจะล่าช้าเพราะแต่ละสถานีพยายามยึดช่องสัญญาณเพื่อส่งข้อมูลและ
เกิดการชนกันเกือบตลอดเวลา
โดยไม่สามารถกำหนดว่าสถานีใดจะได้ใช้สายสัญญาณเมื่อเวลาใด อีเทอร์เน็ตจึงไม่มีเหมาะกับการใช้งานในระบบจริง

2.10 Base 2
10 Base 2 เป็นรูปแบบต่อสายโดยใช้สาย Coaxial
มีเส้นศูนย์กลาง 1/4 นิ้ว เรียกว่า Thin Coaxial สายจะมีความยาวไม่เกิน 180 เมตร
มาตรฐาน 10 Base 2 ความหมาย 10 คือความเร็วในการส่งข้อมูล 10 Mbps Base
คือการส่งข้อมูลแบบ Baseband 2 คือความยาวสูงสุด 200 เมตร (185 – 200 เมตร )
10 Base 2 เป็นแบบเครือข่ายที่ใช้สาย Coaxial แบบบาง (Thin Coaxial) ชนิด RG-58 A/U
โดยจะมี Teminator (50 โอมห์ ) เป็นตัวปิดหัว และท้ายของเครือข่ายข้อกำหนดของ 10 Base 2
• ใช้สาย Thin Coaxial ชนิด RG-58 A/U
• หัวที่ใช้ต่อกับสายคือ หัว BNC
• ห้ามต่อหัว BNC เข้ากับ LAN Card โดยตรง ต้องต่อด้วย T-Connector เท่านั้น
• เครื่องตัวแรกและตัวสุดท้ายในเครือข่าย ต้องปิดด้วย Terminator ขนาด 50 โอมห์
• ความยาวของสายแต่ละเส้นที่ต่อระหว่าง Workstation ต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 0.5 เมตร
• สายสัญญาณต่อ 1 Segment ยาวไม่เกิน 200 เมตร (185 – 200 เมตร )
• ใน 1 Segment สามารถต่อเป็นเครือข่ายได้ไม่เกิน 30 เครื่อง
• ในกรณีที่ต้องการต่อมากกว่า 30 เครื่อง ต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Repeater
เพื่อเพิ่ม Segment โดยสามารถต่อ Repeater ได้ไม่เกิน 4 Repeater ( ดังนั้น 4 Repeater = 5 Segment)
• ความยาวของสายสัญญาณทั้งหมด สูงสุด 1000 เมตร (200 เมตรต่อ 1 Segment คูณด้วย 5 Segment)
• จำนวนเครื่องสูงสุดในเครือข่าย 150 เครื่อง (30 เครื่องต่อ 1 Segment คูณด้วย 5 Segment)

3.10 Base 5
ความหมาย 10 คือความเร็วในการส่งข้อมูล 10 Mbps Base คือการส่งข้อมูลแบบ Baseband
• คือความยาวสูงสุด 500 เมตร 10 Base 5 เป็นแบบเครือข่ายที่มีลักษณะคล้ายกับ 10 Base 2
แต่จะใช้สาย Coaxial แบบหนา (Thick Coaxial หรือ Back Bone)
เป็นสายชนิด RG-8 ซึ่งสายจะเป็นสีเหลืองและมีขนาดใหญ่โดย Teminator (50 โอมห์ ) เป็นตัวปิดหัว
และท้ายของเครือข่าย เครือข่ายชนิด 10 Base 5 นี้ จะมีต่อจำนวนเครื่องได้มากกว่า
และต่อในระยะได้ไกลกว่าแบบ 10 Base 2 แต่ในปัจจุบันมักไม่นิยมใช้กัน
เนื่องจากต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง อุปกรณ์ต่างๆ ที่ควรทราบ มีดังนี้
แผงวงจรเครือข่าย (LAN Card) คือแผงวงจรเครือข่ายที่เสียบไว้กับตัวเครื่อง และเชื่อมต่อด้วยสายเพื่อต่อเป็นเครือข่าย
โดยแผงวงจรเครือข่ายนี้จะมีหัวเสียบเป็นชนิด DIX Connector Socket ( LAN Card ) ชนิด AUI
ใช้กับมาตรฐาน 10 Base 5ข้อกำหนดของ 10 Base 5
• ใช้สาย Thick Coaxial ชนิด RG-8
• หัวที่ใช้ต่อกับสายคือหัว DIX หรือบางทีอาจจะเรียกว่า หัว AUI
• เครื่องตัวแรกและตัวสุดท้ายในเครือข่ายต้องปิดด้วย N-Series Terminator ขนาด 50 โอมห์
• ระยะห่างระหว่าง Transceiver ต้องไม่ต่ำกว่า 2.5 เมตร
• Transceiver Cable จะมีความยาวได้ไม่เกิน 50 เมตร
• ใน 1 Segment สามารถต่อเป็นเครือข่ายได้ไม่เกิน 100 เครื่อง
• สายสัญญาณต่อ 1 Segment ยาวไม่เกิน 500 เมตร
• ในกรณีที่ต้องการต่อมากกว่า 100 เครื่อง ต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Repeater
เพื่อเพิ่มSegment โดยสามารถต่อ Repeater ได้ไม่เกิน 4 Repeater (ดังนั้น 4 Repeater = 5 Segment)
• ความยาวของสายสัญญาณทั้งหมด สูงสุด 2,500 เมตร (500 เมตรต่อ 1 Segment คูณด้วย 5 Segment )
• จำนวนเครื่องสูงสุดในเครือข่าย 500 เครื่อง (100 เครื่องต่อ Segment คูณด้วย 5 Segment )


4.100 Base F
100Base-Fสาย AMP OSP (Outside Plant) ถูกออกแบบมาเฉพาะเพื่อการติดตั้งในพื้นที่ขนาดใหญ่
เพราะสามารถติดตั้งไว้บนเสาโยง หรือลอดท่อใต้ดิน เพื่อเชื่อมต่อระหว่างอาคาร สายถูกทดสอบตามมาตรฐาน TIA
ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำหรับสายไฟเบอร์ออปกติ ทั้งยังมีคุณสมบัติเกินมาตรฐานไปอีกขั้น
จึงรองรับได้ทั้ง 100Base-F, 155/622 Mbps ATM และกิกะบิตอีเธอร์เน็ต

5.100BASE-FX
100BASE-FX Multimode LC SFP Transceiver
(P/N: DEM-211) มอบประสิทธิภาพการทำงานระดับสูงให้กับแอพพลิเคชันการสื่อสารข้อมูลแบบซีเรียลออพติคัลดาต้า
นอกจากนั้นยังประกอบด้วยตัวเชื่อมต่อที่มีการทำงานแบบดูเพล็กซ์ LC
รวมถึงยังสามารถใช้งานร่วมกับมาตรฐานการสื่อสารแบบ IEEE 802.3u
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นเป็น 100 เมกะบิตต่อวินาที ในโหมดฮาฟดูเพล็กซ์สำหรับแอพพลิเคชันเคเบิลไฟเบอร์
ทั้งนี้การอินทริเกรทตัวรับส่งคุณภาพสูงของดีลิงค์นั้นก็เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
ปราศจากอาการกระตุกของสัญญาณ และเพื่อให้การเชื่อมต่อแบบออพติคัลสามารถขยายออกไปได้มากยิ่ง
ขึ้นโดยไม่มีการลดประสิทธิภาพลง อุปกรณ์นี้จึงช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลในระยะสั้น ระยะกลาง
และระยะทางที่ไกลๆ ทั้งในส่วนของการใช้งานภายในอาคาร โรงงาน แคมปัสและในตัวเมืองมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น
และเมื่อสวิตช์ 2 ตัวมีการเชื่อมต่อกันแล้วโดยใช้ตัวรับส่ง DEM-211 ทั้ง 2 ทาง
ผู้ใช้งานจะได้รับอัตราเร็วของการเชื่อมต่อที่ระดับ 155 เมกะบิตต่อวินาที
ยิ่งไปกว่านั้นยังได้มอบการเชื่อมต่อแบบไฟเบอร์ออพติค 100BASE-FX SFP
บนพอร์ต Gigabit combo SFP ให้กับสวิตช์ของดีลิงค์อีกด้วย